StarGazer's profileLuLLAByBuZZPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 29 ลานุย ของ ราโมโอ้..ค่ำนี้นำคุณมาสู่พสุธาอย่างมีมนต์ขลัง ช่างดูลึกลับ..เงามืดที่ตามคุณมา อ่อนหวานยิ่งนัก .. ดังบทเพลงเสนาะ เสียงของคุณไพเราะก่อถึงความหวัง อำนาจของคุณยิ่งใหญ่เปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นหนึ่งความฝัน โอ้..ค่ำนี้แม้ยามจากไปจากพสุธายังคงมนต์ขลัง เงามืดที่ตามคุณมา..อ่อนหวานยิ่งนัก จะมีสิ่งใดสวยงามไปกว่าความฝันอีกไหม จะมีสิ่งใดจะดีไปกว่าความหวังอีกไหม สดุดีแด่..ทีมผู้แปล Pan's Lyberinth March 13 ของที่ระลึก วันนี้สอบ Kinetic ตอนเช้า แล้วก็เรียนต่อทันทีตอนบ่าย ด้วยความง่วงสุดโต่งและนั่งหลังห้อง
มองกระดานก็ไม่เห็น (ความจริงหน้าห้องก็มีที่นั่ง แต่ไม่อยากไป 55)
พวกเราเด็กหลังห้อง (แต่ไม่หลังเขา เว้นเสียแต่เขาจะขวิดกันเอาเองตอนอาจารย์สอนนี่ล่ะ) ก็เลยนั่งเล่นกัน
เรากับขิมนั่งแต่งกลอน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เราสองคนได้ประชันฝีปาก(กา)กัน
ก็ทดเล่นๆไว้ในกระดาษ แต่ก่อนที่มันจะหายไป เราขอเอาลงไว้ตรงนี้หน่อยละกัน ต่อไปนี้ >>คือของขิม __คือของบีน
ยินเสียงลือเสียงแว่วไม่แคล้วคิด
ความถูกผิดติดตรมเป็นปมสอน
ความห่วงหาคณึงหน้าให้อาวรณ์
นั่งนิ่งนอนเนืองแนบให้ตรอมใจ
>> ณ เมื่อนั้นปัญญาจึงมืดมิด
>>เพราะถูกผิดจิตตรอมตรมอย่าสงสัย
>>เพียงย้ำคิดจิตตนทุกข์ทนไป
>>ด้วยดวงใจที่ยึดติดคิดอาวรณ์
มาจะกล่าวเกริ่นทางสว่างไสว
ทุกข์หายไปมลายสิ้นด้วยคำสอน
อาวุโสอาบน้ำร้อนก่อนจากจร
ขอเพียงวอนเจ้าคิดพินิจตาม
>> เมื่อนั้นตัวของตนจึงรู้ตื่น
>>เพิ่งจะฟื้นฟูจิตคิดไต่ถาม
>>เพื่อพินิจโลกธรรมล้ำเขตคาม
>>พ้นจากกามกิเลสเวทนา
ให้รู้ตัวทั่วความดีแลชั่ว
ความหมองมัวหมดมิดจิตกังขา
เปรียบดังแสงเทียนส่องต้องปัญญา
เกิดสมาธิบำบัดขัดเกลาใจ
-------------------------
หลังจากแต่งบทนี้เสร็จ อาจารย์ก็ปล่อยพัก ขิมชิ่งขึ้นไปเล่นเกมส์บนห้อง ส่วนเราก็แอบไปถกเครียดกะอั๋นข้างล่าง
(สรุป คือ โดดเรียนทั้งคู่น่ะแหละ 55) แต่อย่างน้อยเราก็ได้กลอนมึนๆมาสี่บท เป็นของที่ระลึกจากคาบนี้
เฮ้อ.. ขี้เกียจอย่างนี้ จะรอดมั้ยนะเรา (รอด! อ่านหนังสือเด๋วนี้เลยบีน<--เบ็ญ แม่คนที่สองประจำ ChEPs! ^_^)
แต่โชคดีจิงๆเลยน้าที่ได้มาเรียนที่นี่ เพื่อนๆทั้งเก่ง(ขั้นเทพ) แถมยังนิสัยดี(ขั้นแม่พระ)อีกด้วย ทำให้บรรยากาศที่น่าจะเครียด
กลับผ่อนคลายสบายๆ และยังให้รู้สึกขอบคุณอีกหลายๆสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
รู้สึกอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่อยากพูดออกมา เราอยากให้มันเป็นมากกว่าสายลมที่ล่องลอยผ่านมาและผ่านไป..
แบบว่าซึ้งใจ
บีน September 13 แอบ..พิมTopic วันนี้มีนัยแฝงอยู่ 2 อย่าง
1. แอบ"พิม"ขณะเพื่อนพรีเซ้น Design Project ต่อหน้าอาจารย์ 4 คน
2. แอบ(นำวาทะของคุณ)"พิม" นางสาวพิรศรัย สุวรรณภักดี
หญิงสาวผู้พร้อมที่จะตายแล้วตายเล่าเพื่อพิสูจน์ว่าความรักนั้นยังคงอยู่
เพื่อนๆบางคนอาจได้เคยอ่านเรื่องราวของเธอมาบ้างจากไดอารี่ exteen หรือ forward mail
"เวลากูรักใคร...กูรักด้วยหัวใจ กูไม่เคยต้องคิด
ว่าจะต้องทำอะไร ยังงัย กูมีหัวใจไว้รัก ถ้ามึงรักใคร แต่มึงดันใช้สมองเหมือนเล่นเกมส์นินเทนโด มึงไม่ได้รักหรอก นั่นมันเกมส์ชัดๆ" (วาทะพิม~เวลาเย็นย่ำโพล้เพล้ ใต้ตึกคณะสังคมศาสตร์ โต๊ะกบฏท่องเที่ยว ธันวาคม 2546) แล้วเธอก็จากไปด้วยความรัก "Love is the story of 'Hello' and 'Goodbye' until we meet again"
จิมมี่ เฮนดริก ถอดหัวใจเขียนข้อความนี้ทิ้งไว้ให้ภรรยาสุดที่รักในจดหมายฉบับหนึ่งก่อนที่เค้าจะจากโลกนี้ไป
แม้จะต่างที่ ต่างเวลา ต่างเชื้อชาติ ศาสนา แต่เรื่องราวความรักของบุคคลสองคนนี้ต่างลงเอยที่จุดๆเดียวกัน
และเราเชื่อว่าคงไม่ได้มีแค่เค้าสองคนในโลกนี้แน่ๆ
สำหรับเราการลาจาก ไม่ได้หมายถึงการพลัดพราก
แต่หมายถึงการเริ่มต้นใหม่ เพื่อเดินทางต่อไป
หรืออาจจะเพื่อให้กลับมายืนที่จุดเดิมได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
ใจเราคิดอะไร และต้องการให้มันเป็นแบบไหน
ขีวิตเรา..เราเลือกเอง
อย่าโทษโชคชะตา อย่าโทษว่าทำบุญมาแค่นี้
อดีตผ่านไปแล้ว อนาคตยังมาไม่ถึง ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ
จะได้เลิกบ่นเรื่องในอดีตซะที
September 08 HaPpy_แฮปปี้ ดี๊ด๊าวันนี้เป็นวันที่มีความสุขมากๆๆๆ ถึงแม้จะเริ่มต้นวันด้วยอาการย่ำแย่สุดๆ.. เรื่องของเรื่องคือวันนี้เรามีนัดกับพี่เปา ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงเราสมัยฝึกงานที่ ATCพวกเรานัดกันที่พารากอน แต่เดชะบาปที่มือถือของพี่เปาถูกตัดเงินไม่สามารถโทออกหาเราได้ และด้วยความเป๋อเอ๋อเหรอของอิบีนที่ mem เบอใหม่ของพี่เปาผิดทุกครั้งที่เราโทหาพี่เปา จึงมีแต่เสียงตอบรับว่า ' เลขหมายที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ Sorry,the number u have dialed *#!!@@%'ก็เลยต้องโทไล่หาเบอโทจากพี่คนอื่นๆทีละคนสองคนจนกลายเป็นหลายกว่าคนกว่าจะได้เบอพี่เปามาในที่สุด เมื่อนัดแนะเวลากับพี่เปา เป็นที่เรียบร้อย พลพรรครักเอยของเราอันประกอบไปด้วย เบ๊นซ์ กิจ บีน จูน จึงเริ่มเคลื่อนขบวนพล โดยมีเฮียเบ๊นซ์นิสิตเก่าจุฬาผู้ชำนาญทางเป็นสารถี แต่ด้วยผู้คนและรถอันล้นหลามทำให้ไม่สามารถหาที่จอดรถในพารากอนได้ จึงต้องนัดโฉบรับพี่เปาแถวๆดังกิ้นไปกินเสต้กที่สามย่านแทน เสต้กทูเดย์วันนี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องด้วยทุกคนต่างอดข้าวเช้ากันทั่วหน้า แต่นั่งเล่นเกมส์-บีน ออดิชัน-เบ๊นซ์ Dot A-จูน ดูหนัง-กิจ ทำไรของมันวะ!) หลังจากกระซวกอาหารกันจนพุงหลามเป็นที่เรียบร้อย พวกเราก็ไปหาซื้อของขวัญวันเกิดให้หนูปุ้ยกันแถวๆสยาม เบ๊นซ์แนะนำว่าควรซื้อเค้กเพื่อว่าพวกเราจะได้ร่วมกินด้วย--ทุกคนต่างเห็นพ้องตรงกัน! ระหว่างทางมุ่งหน้าสู่ร้านเค้ก พวกเราก็แวะดูของจุ้บจิ้บ จิปาถะ ได้เสื้อยืดกันไปคนละตัวสองตัว สามสี่ตัว สี่ห้าตัว!! พี่เปาสนุกสนานใหญ่ ซื้อเสื้อผ้าแบบเบรคแตกเลยดีเทียว พี่เค้าว่าเสื้อราคาถูกมาก ในขณะที่เรากับจูนดูราคาแล้ว ยังหันมามองหน้ากันตาปริบๆ ส่วนเบ๊นซ์ก็พยายามยัดเยียดให้เราใส่ชุดเดรสสั้นๆตลอดทาง จนบางครั้งไม่แน่ใจว่า มันชอบผู้หญิงสไตล์นี้หรือมันอยากใส่เองกันแน่ แต่ไอกิจเพื่อนรักพูดจาได้ประทับใจมาก
' วันนี้มีงาน มีพล่ากุ้งนั่งอยู่ข้างหน้ากะอีกคนที่เราไม่รู้จักเตรียมออกโชว์ในงาน .. เราเลยเกิดแรงบันดาลใจว่าจะแต่งตัวหรูๆ
แอบเห็นหุ่นหน้าร้านๆนึงตรงตรอกซอย เลยไปเก้กท่าถ่ายรูปคู่
เพื่อนๆขำกันใหญ่ มือสั่นถ่ายรูปเลยมัว ต้องถ่ายใหม่
พอจะถ่ายทีไรคนเปนเดินผ่านกันเยอะทุกที เล่นเอาอายไม่ใช่เล่น แต่ก็สนุกดี
พี่เปาบอก .. กล้ามาก
ตอนแยกย้ายกันกลับ พวกเบ๊นซ์ จูน กิจ กลับเอาเค้กไปมห้ปุ้ยที่คณะ
ส่วนเรากะพี่เปาแวะเจอพี่สมบูรณ์ แล้วไปช้อป อาดิดาส กันอีกรอบ ก่อนที่เรากับพี่เปาจะนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้าน (ของแต่ละคน)อีกทีเป็นอันจบภารกิจในหนึ่งวันนี้ ...ซึ่งมีความสุขโคดๆ แม้จะเดินกันจนเท้าบวม (พอได้นั่งปุ้บ เท้า ร้อนผะผ่าวทันที)วันพรุ่งนี้ก็วันอาทิดแล้ว ซึ่งเป็นวัน DEADLINE ที่จะตัดสินว่าพี่เซียะจะยังใช่คนที่เราชอบอยู่หรือไม่' บีน..เราว่าแกควรจะเป็นฝ่ายเลือกมากกว่านะ' ญ่าพูด' พี่เซียะแม่มคนไหนว้าเรื่องมากship มึง+คำชมล้านแปดอันเปนเรื่องปกติของมัน+ขนาดนี้ยังไม่ชอบมึงอีก' นัทว่า..... เพื่อนๆจ๋า ขอบคุณมากที่ให้กำลังใจ แต่การที่เราจะหาคนที่ชอบได้ซักคน บางครั้งมันยากกว่าการให้คนมาชอบเราซะอีก ในเมื่อเจอแล้ว ก็ควรจะรักษาความรู้สึกดีๆนั้นไว้ให้นานๆไม่ใช่หรอ ?แต่..ก็นะ..นี่มันก็นานพอดูแล้ว และเราก็จัดการทอดสะพานซะไหม้เกรียมขนาดนี้ ถ้าเค้ายังไม่ข้ามมาอีกก็........ แม้จะเป็นสะพานเดียวเท่านั้นในชีวิตที่เราลงมือสร้างเอง แต่ในเมื่อไม่มีใครมา..เราก็คงต้องปล่อยให้สะพานนั้นผุกร่อนแล้วพังจมลงในแม่น้ำไป ส่วนตัวเราเองก็จะเริ่มเดินก้าวข้ามสะพานอื่นๆซะที ....เพราะการติดเกาะคนเดียว บางทีมันก็น่าเบื่อเหมือนกันนิ อิอิ^_^ June 24 ภาพวาดฉันใช้ความพยายามหลายปีในการวาดภาพเขียนนี้ขึ้นมา
ร่วม 4 ปี ที่ฉันพยายามเค้นจินตการวาดมันออกมาโดยที่ไม่มีแบบ
ภาพวาดที่ร่างขึ้นจากกำลังใจที่ดีที่สุดของฉัน
แม้ฉันจะไม่เคยพบหรือสัมผัสสิ่งนั้นจริงๆเลยก็ตาม มีหลายครั้งที่ความไม่ชัดเจนก่อกำเนิดขึ้น
ทำให้ฉันตัดสินใจตามหาเจ้าต้นแบบเพื่อวาดรูปอย่างจริงจัง
แต่การทำลายกรอบไปสู่โลกภายนอก
มันช่างเกินกำลังของหญิงสาวเล็กๆคนนี้เหลือเกิน
ฉันจึงทำได้แค่วาดต่อไป และรอ..
รอว่าสักวันจะมีใครคนหนึ่งรู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นของฉัน
และนำพา'แบบ'นั้นมาให้
1 วัน..1เดือน..1 ปี..2 ปี..3 ปี..4 ปี..
นับวันฉันเฝ้าครุ่นคิด..
สิ่งที่รอคอยมาตลอดอาจเป็นเพียงภาพลวงตา
ภาพวาดที่ไม่เหมือน ไม่มีชีวิต ไร้ความรู้สึก
ยังคงรอคอยการย้ำพู่กันอยู่ที่เดิม
แต่ฉัน..ไม่อาจหยุดชีวิตตัวเองไว้ตรงนี้ได้
เวลาที่ว่างเปล่ากับความรู้สึกที่หายไป
หรือว่า..
..มันอาจจะถึงเวลา
ที่ฉันควรฉีกภาพเก่านั้นทิ้งไป แล้วเริ่มต้นวาดสิ่งใหม่ๆเสียที
April 28 ตัวตน
ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า อันที่จริงตัวฉันนั้นมาจากไหน ถ้าค้นหาคำตอบทางพุทธศาสนา คงตอบได้โดยง่ายว่า เราทุกคนล้วนตั้งต้น มีอยู่ ดับไป จากผลแห่งกรรมเก่าที่ได้กระทำมาแล้วทั้งสิ้น นั่นคือชาตินี้ที่เกิดมาด้วยกรรมจากชาติที่แล้ว และชาติที่แล้วซึ่งเกิดขึ้นด้วยกรรมแห่งชาติก่อนๆไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ทว่าในทางกลับกัน .. .. .. หากมีสิ้นสุด .. .. .. ชาติแรกนั้นเราเกิดขึ้นได้ด้วยกรรมใด
"I think it’such a mysterious."
|
|
|